คลังไฟเขียว! เพิ่มภาษีบุหรี่ หนุนกองทุนบัตรทอง คาดนำเข้าจาก 60บาท ทะลุ90บาท

คลังไฟเขียวกฎหมาย เก็บเงินสมทบภาษีบุหรี่ เพิ่มซองละ 2 บาท เข้ากองทุนบัตรทอง 3,000 ล้านบาท ไม่รวมสินค้าบาป สุรา เบียร์ คาดเข้าครม.เห็นชอบ 2 ต.ค. ด้านการยาสูบฯ-ผู้ประกอบการอ่วมราคาใหม่
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญให้เก็บเงินจากบุหรี่อีกซองละ 2 บาท ให้กับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นเงินปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากเงินที่ได้สนับสนุนจากงบประมาณปีละกว่า 1 แสนล้านบาท จึงต้องหาแหล่งเงินเพิ่มเติม กระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงยกร่างพ.ร.บ.ขึ้น

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการรัฐมนตร ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว และส่งความเห็นกลับมาภายในวันที่ 1 ต.ค. คาดว่าเพื่อเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันอังคารที่ 2 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สธ.ทำประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งมีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก โดยเฉพาะประเด็นที่ให้เก็บเงินสมทบจากสินค้าบุหรี่ 2 บาท เข้ากองทุนเพียงประเภทเดียว ไม่รวมสินค้าบาป สุรา เบียร์ และยาเส้น เหมือนกับการเก็บเงินภาษีเข้ากองทุนอื่น

ขณะที่ สธ.ยืนยันว่า ประเด็นการเก็บเงินภาษีบุหรี่เพียงประเภทเดียว เพราะกระทรวงการคลังเห็นชอบ ขณะที่รายงานข่าวกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า หากจะเก็บเงินเข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพ ควรเก็บภาษีบาปทั้งหมด แต่ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้ยกร่างกฎหมายดังกล่าวให้กับ สธ.

ทั้งนี้ หากกฎหมายมีผลบังคับใช้จะกระทบกับผู้ประกอบการบุหรี่อย่างรุนแรง เพราะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกซองละ 2 บาททันที โดยเฉพาะการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ที่จากการเริ่มใช้อัตราภาษีบุหรี่ใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2560 ที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายลดจาก 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 60 เปอร์เซ็นต์ จากที่เคยกำไรซองละ 7 บาท เหลือกำไรซองละไม่ถึง 1 บาท ดังนั้น หากมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกซองละ 2 บาท จะทำให้ขาดทุนจำนวนมาก

ที่ผ่านมา ยสท.เคยทำกำไรในปี 2560 ได้ 9,000 ล้านบาท แต่คาดว่าจะเหลือไม่ถึง 1,000 ล้านบาทในปี 2561 และจะขาดทุนในปี 2562 อย่างแน่นอน ซึ่งจะกระทบถึงชาวไร่ยาสูบ ซึ่งที่ผ่านมา ยสท.ลดซื้อใบยาฤดูกาลล่าสุดเหลือ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งชาวไร่ก็ไม่พอใจ หากต้นทุนบุหรี่เพิ่มขึ้นอีก ทำให้ยอดขายลด ก็จะกระทบกับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่เพิ่มขึ้น

รายงานข่าวจาก ยสท.เปิดเผยว่า ปัจจุบันอัตราภาษีเก็บตามมูลค่ามวนละ 1.20 บาท และตามราคา 20 เปอร์เซ็นต์ ของบุหรี่ที่ราคาไม่เกินซองละ 60 บาท และ 40 เปอร์เซ็นต์ สำหรับบุหรี่ราคาเกิน 60 บาท โดยในวันที่ 1 ต.ค.2562 จะเก็บอัตรา 40 เปอร์เซ็นต์ทุกราคา โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังแจ้งยังไม่เป็นทางการให้ ยสท.รับทราบว่าจะเลื่อนการปรับขึ้นออกไปอีก 2 ปี หรือในวันที่ 1 ต.ค. 2564

อย่างไรก็ตาม หากมีการเก็บภาษีเข้ากองทุนประกันสุขภาพเพิ่มอีกซองละ 2 บาท ผลกระทบก็ไม่ได้ต่างอะไรกับปรับภาษีขึ้นบุหรี่เป็น 40 เปอร์เซ็นต์ทุกราคา ทำให้ราคาบุหรี่เดิมที่ 60 บาทจะขยับเป็นไม่ต่ำกว่า 90 บาทต่อซอง หรือเพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบุหรี่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

 

 

ที่มาโดย www.khaosod.co.th